วิทยาศาสตร์หมายถึงอะไร

Posted by admin on July 9, 2012 (Comments Closed)
in Uncategorized
as , ,

วิทยาศาสตร์หมายถึงอะไร

วิทยาศาสตร์ หมายถึง ความสามารถในการคิดที่ต้องอาศัยกระบวนการทางสติปัญญา   ความคิดและประสบการณ์เดิมของบุคคลมาประกอบกัน  เพื่อแก้ปัญหาที่ประสบในสถานการณ์ที่กำหนดมาให้  ซึ่งวัดได้จากแบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์  ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนดังนี้

1. ขั้นระบุปัญหา   หมายถึง  ความสามารถในการระบุปัญหาที่สำคัญที่สุดภายในขอบเขตที่เกี่ยวกับสถานการณ์ที่กำหนดไว้

2. ขั้นตั้งสมมติฐาน   หมายถึง  ความสามารถในการคิด วิเคราะห์  ระบุสาเหตุที่เป็นไปได้ที่ทำให้เกิดปัญหา  โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงในสถานการณ์ที่กำหนดให้

3. ขั้นพิสูจน์หรือทดลอง   หมายถึง  ความสามารถในการคิดค้นหาวิธีแก้ปัญหาให้ตรงกับสาเหตุของปัญหาหรือนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม  เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ระบุไว้อย่างสมเหตุสมผล

4. ขั้นสรุปผลและนำไปใช้   หมายถึง  ความสามารถในการอธิบายผลที่ได้จากการใช้วิธีการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์นั้นสอดคล้องกับปัญหาที่ระบุไว้หรือไม่   หรือผลเป็นอย่างไร  สามารถนำไปใช้ได้

กระบวนการหาความรู้ของนักวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

1. “ระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์ หรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific method)” หมายถึงวิธีการทำงานอย่างมีระบบ ซึ่งเริ่มจาก

1 การสังเกต(ทำให้เกิดความสงสัยและเป็นปัญหาเกิดขึ้น)   2 กำหนดปัญหาให้ชัดเจน   3 ตั้งสมมุติฐาน เป็นการคาดคะเนคำตอบของปัญหาอย่างมีเหตุผล   4. ออกแบบการทดลองและทำการทดลองตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้

5 สรุปผลการทดลองหลังจากการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของผลการทดลองที่ได้อย่างมีเหตุผล  จะเห็นว่าวิธีการทางวิทยาศาสตร์มี 5 ขั้นตอนนะจ้ะ  สังเกต– ระบุปัญหา—ตั้งสมมุติฐาน—ทดลอง–สรุปผล–

2. “ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์”  เป็นส่วนที่สอง หมายถึงความชำนาญและประสบการณ์ในการใช้ความคิดเพื่อแก้ปัญหา ทักษะที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาและสรุปเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วยทักษะพื้นฐานที่สำคัญดังนี้ทักษะการสังเกต  ทักษะทักษะการวัด  ทักษะทักษะการคำนวณ ทักษะทักษะการจำแนกและจัดหมวดหมู่ ทักษะทักษะการหาความสัมพันธ์  ทักษะทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล  ทักษะทักษะการจัดทำและสื่อความหมายข้อมูล ทักษะทักษะการทำนาย  นี่ล่ะคือคุณสมบัติที่สำคัญของผู้ที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ล่ะ ที่กล่าวมานั้นเป็นทักษะที่ใช้ให้การคิดเพื่อแก้ปัญหาสรุปผล แต่ในขั้นการออกแบบการทดลอง เพื่อทำการตรวจสอบสมมุติฐานยังต้องอาศัยทักษะกระบวนการขั้นผสม..ที่ซับซ้อนขึ้นอีก ได้แก่ ทักษะการตั้งสมมุติฐาน  ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร  ทักษะการกำหนดเชิงปฏิบัติการ ทักษะการทดลอง ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป
3. ส่วนที่ 3 ของกระบวนการหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์คือ “เจตคติทางวิทยาศาสตร์” หมายถึงคุณลักษณะของบุคคลที่มีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมของตนออกมา ซึ่งจะมีผลต่อความสำเร็จของงานทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมากเลย พูดง่ายๆ คือนิสัยส่วนตัวของคนนั่นล่ะ ซึ่งลักษณะที่สำคัญได้แก่  การเป็นคนช่างสังเกต สำคัญมากข้อนี้หมายถึงการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น และกาย อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด ในการพิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างละเอียด แต่ต้องระวังความปลอดภัยด้วยนะ เป็นคนช่างสงสัย  เป็นคนมีเหตุผล เป็นคนมีความพยายามและอดทน (ลองไปอ่านประวัตินักวิทยาศาสตร์ดูในห้องความรู้จะเห็นว่าพวกเขาต้องพยายามกันมากกว่าจะค้นพบ) เป็นคนที่มีความพยายามและริเริ่ม เป็นคนทำงานอย่างมีระเบียบระบบเป็นขั้นตอนตามระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์